คุณเข้าวัดเพื่อ
 
PDF พิมพ์ อีเมล

วัดชัยมงคล

พระอารามหลวง สังกัดปกครองคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ ถ.ชัยมงคล ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เป็นวัดที่เก่าแก่ที่พระบรมธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชา ของชาวจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง วัดชัยมงคล เป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญและสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา ภายในวัดนี้ประดิษฐานองค์กระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปวัดชัยมงคล จะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน ๆ และคุณคณิศร แสงรัตน์ (อดีตพระครูประภัสสรวินัยกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล)

 

ได้ความว่าวัดนี้พระอาจารย์ชัย พระภิกษุชาวกลันตันเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อราวปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณปี พ.ศ. 2394 โดยคุณคณิศร แสงรัตน์ เล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2394 สมัยที่ท่านยังเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้อยู่ได้เดินทางไปจังหวัดนราธิวาส เผอิญได้พบกับพระครูพินิจสมณการ  อดีตเจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ซึ่งขณะนั้นพระครูพินิจสมณการมีอายุได้ 83 ปี แล้ว ได้สนทนากันถึงประวัติวัดชัยมงคล พระครูพินิจสมณการบอกว่าท่านทราบประวัตินี้ดีพอสมควร เพราะเมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กอายุได้ 13 ปี ได้ถวายตัวเป็นศิษย์ศึกษาอักขระสมัยอยู่กับอาจารย์ชัย ในปีที่อาจารย์ชัยกลับจากสงขลาไปอยู่กลันตัน พระครูพินิจสมณการเล่าถึงประวัติของวัดชัยมงคลว่า วัดนี้สร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดเพชรมงคล (ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของวัดชัยมงคล ไม่ไกลจากวัดชัยมงคลมากนัก อยู่ในเขตตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา เช่นเดียวกัน) โดยพระอาจารย์ชัยเป็นผู้สร้างวัดชัยมงคล  และพระอาจารย์เพชรเป็นผู้สร้างวัดเพชรมงคล พระภิกษุทั้ง 2 รูปนี้ เป็นเพื่อนสนิทกัน และเป็นชาวกลันตันด้วยกัน (สมัยกลันตันยังเป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรไทย)

 

ในเอกสารประวัติวัดชัยมงคล ซึ่งเป็นเอกสารพิมพ์ดีดสำเนา ได้กล่าวถึงประวัติการสร้างพระเจดีย์หรือพระบรมธาตุวัดชัยมงคล ซึ่งบอกไว้ว่าอ้างมาจาก “หนังสือประวัติพระบรมธาตุ” แต่งโดยคุณหมออิ่ม ศิษย์ของอาจารย์นะ ติสสโร โดยกล่าวว่า อาจารย์นะ ติสสโร มีความศรัทธาอย่างแรงกล้า ที่จะได้พระบรมสารีริกธาตุมาไว้เป็นที่สักการบูชาของชาวเมืองสงขลา จึงได้เดินทางไปถึงประเทศลังกา เพื่อแสวงหาพระบรมสารีริกธาตุ ได้โดยสารเรือกลไฟไปเป็นเวลา 15 วัน 15 คืน จึงถึงประเทศลังกา ท่านได้ไปพักอาศัยอยู่กับสมเด็จพระสังฆราชวัดถูปารามตลอดเวลา 3 เดือน ที่อยู่ที่ประเทศลังกา ได้ถือโอกาสไปนมัสการปูชนียสถานทั่วประเทศ และท่านได้ทราบจากสมเด็จพระสังฆราชวัดถูปารามว่า ที่บ้านเศรษฐีมีจิตศรัทธาท่านหนึ่งมีพระธาตุอยู่หลายผอบ หากอาจารย์นะไปแจ้งความประสงค์ต่อเศรษฐีผู้นั้นเขาคงให้ เพราะนอกจากเศรษฐีผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาแล้วยังรู้จักและมีความนิยม นับถือท่านอาจารย์นะอยู่แล้วด้วย อาจารย์นะทราบข่าวก็ดีใจรีบไปหาเศรษฐีผู้นั้น แจ้งความประสงค์ให้ทราบว่าการมาประเทศลังกาครั้งนี้ นอกจากมานมัสการปูชนียสถานแล้ว ยังมีความประสงค์ที่สำคัญมาก คือเพื่อต้องการแสวงหาพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชาของ พุทธศาสนิกชนที่เมืองไทย

ท่านเศรษฐีได้ฟังดังนั้น ก็บอกว่าพระธาตุของตนมีอยู่ 4 ผอบ คือ พระบรมสารีริกธาตุ 1 ผอบ พระธาตุพระโคคลาน 1 ผอบ พระธาตุพระสารีบุตร 1 ผอบ และพระธาตุพระอานนท์ 1 ผอบ จะถวายอาจารย์นะไปสัก 1 ผอบ แต่ให้อาจารย์นะ ได้ตั้งจิตอธิษฐานถึงบารมีพระพุทธองค์ และในที่สุดก็จับได้ผอบพระบรมสารีริกธาตุสมความปรารถนา ฝ่ายท่านเศรษฐีเมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์นะ จับถูกผอบพระบรมสารีริกธาตุ เกิดความเสียดายจนน้ำตาร่วงพรูออกมาอย่างไม่รู้ตัว เนื่องจากเป็นมรดกประจำสกุลตกทอดมาหลายชั่วอายุคน ประกอบกับท่านเศรษฐีมีความเคารพหนักแน่น ต่อพระบรมสารีริกธาตุมาก ย่อมมีความอาลัยเสียดายเป็นธรรมดา เมื่ออาจารย์นะเห็นว่าท่านเศรษฐีร้องไห้จึงบอกว่า เมื่อโยมยังมีความอาลัยอยู่อาตมาก็จะไม่ขอเอาไปขอคืนกลับให้ตามเดิม ท่านเศรษฐีจึงพูดว่าขอพระคุณเจ้าจงอัญเชิญไปเมืองไทยเถอะ พระบรมสารีริกธาตุปรารถนาจะเสด็จไปกับท่านแล้ว พร้อมกับสั่งว่า เมื่อท่านกลับไปถึงเมืองไทยแล้ว ขอให้สร้างพรสถูปเจดีย์เป็นแบบถูปารามสำหรับบรรจุ เพราะพระบรมธาตุนี้ได้มากจากพระเจดีย์ถูปารามเมื่อครั้งทำการปฏิสังขรณ์ใหม่ พร้อมกับมอบภาพพระเจดีย์ถูปารามให้มาด้วย และสั่งว่าให้สร้างพระพุทธไสยาสน์ไว้ทางทิศตะวันตกของพระเจดีย์ด้วย เมื่อท่านอาจารย์นะได้พระบรมสารีริกธาตุสมควรตั้งใจแล้ว ได้กราบลาสมเด็จพระสังฆราชและลาท่านเศรษฐีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพร้อม ด้วยต้นโพธิ์ทอง 3 ต้น เดินทางกลับประเทศไทย โดยท่านเศรษฐีฝากให้โดยสารมากับเรือสินค้าของชาวฝรั่งเศส เรือมาแวะขนถ่าย สินค้าที่เมืองท่าสิงคโปร์เป็นเวลาหลายวัน พอดีอาจารย์นะได้พบกับพ่อค้าคนจีนซึ่งไปติดต่อซื้อสินค้าจากเรือ ที่ท่านโดยสารมา สอบถามได้ความว่าชื่อ เส้ง เป็นจีนฮกเกี้ยน อยู่ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์นะจึงได้ขอโดยสารเรือมาขึ้นที่เมืองสงขลา

ถึงเมืองสงขลาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2437 และขึ้นจากเรือถึงวัดชัยมงคล เมื่อตอนบ่ายวันเดียวกัน ประชาชนชาวเมืองสงขลาเมื่อทราบข่าวการกลับมาของอาจารย์นะ พร้อมกับนำพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย ต่างก็พากันหลั่งไหลเข้าสู่วัดชัยมงคลอย่างล้นหลาม เพื่อบูชานมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และได้มีการจัดงามสมโภชขึ้นเป็นเวลา 7 วัน เสร็จงานสมโภชแล้ว อาจารย์นะ ก็ได้ชักชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายช่วยกันทำการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์สำหรับ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเป็นทรงลังกา แบบถูปารามตามคำท่านเศรษฐีสั่งทุกประการ และได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันวิสาขบูชา ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2439

พิกัด GPS. 7.198261 , 100.596962